วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ประเพณีเมืองน่าน

ข้อมูลท่องเที่ยว จังหวัดน่าน
เทศกาลงานประเพณี จ.น่าน
เมืองน่านเป็นเมืองหนึ่งในดินแดนล้านนาที่พระพุทธศาสนาเผยแผ่มาถึงเป็นเวลาช้านาน ในเขตเมืองเก่า ทั้งในตัวเมืองน่าน และที่อำเภอปัวจะมีพระธาตุตั้งอยู่บนเนินเขาเด่นเป็นสง่า

ประเพณีปี๋ใหม่เมือง (เทศกาลสงกรานต์)
น่าน มีประเพณีปี๋ใหม่เมืองเหมือนจังหวัดล้านนาททั่วๆ ไป แต่แปลกที่เมืองเดียวกัน บ้านเดียวกัน มีลักษณะทำบุญต่างกันมาก โดยมีรายละเอียดกล่าวคือ
- 13 เมษายน คือ "วันล่อง" เดิมวันนี้ ส่งเคราะห์บ้านและร่วมกันพัฒนาเก็บกวาดบ้านเรือน วัดวาอาราม เตรียมสิ่งของทำบุญ
- 14 เมษายน คือ "วันเนา" จัดเตรียมอาหาร ขนม เพื่อจะได้ไปทำบุญทานขันข้าวให้ผู้ที่ล่วงลับ ขนทรายเข้าวัด
- 15 เมษายน คือ "วันพญาวัน" มีการสรงน้ำพระคารวะพระสงฆ์ เรียนครู เรียนบาสัมมาคารวะผู้เฒ่าผู้แก่ ถือเป็นวันดีที่สุด ตอนบ่ายมีการทำบุญทักษิณานุปาทานแก่บรรพบุรุษ แต่ถ้าคนชุมชนเขตเทศบาลเมืองน่าน หรืออำเภอเมืองจะไปขนทรายในวันนี้
- 16 เมษายน คือ "วันปากปี" เป็นวันเถลิงศก ผู้คนจะจุดบอกไฟ(บั้งไฟ) ถวายพระเจ้าทองทิพย์ วัดสวนตาล และสถานที่สำคัญอีกหลายแห่งด้วยกัน แต่ละศรัทธาหมู่บ้านจะรวมตัวกันวัดสวนตาล เพื่อแห่ขบวนนางสงกรานต์ บอกไฟและน้ำอบน้ำหอมไปสรงพระเจ้าทองทิพย์วัดสวนตาล
- 17 เมษายน คือ "วันปี๋ใหม่" วันที่ทุกคนรวมตัวกันเพื่อนำดอกไม้ น้ำอบน้ำหอมไปสัมมาคารวะญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือในละแวกหมู่บ้าน ตำบลและญาติใครญาติมัน พบปะกินหอมตอมม่วนกันอย่างเข่าชนเข่า

ประเพณีขึ้นธาตุ (บูชานมัสการพระธาตุสำคัญ)่
ธาตุ เป็นปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นสัญลักษณ์ที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและอรหันตธาตุ มีประเพณีขึ้นธาตุหรืองานบุญนมัสการพระธาตุทั่วไปในเมืองน่าน วันที่กำหนดขึ้นของพระธาตุที่สำคัญๆ ในจังหวัดน่านคือ

- งานประเพณี “หกเป็งไหว้สาพระธาตุแช่แห้ง” ในวันเพ็ญเดือน ๖ เหนือ ตรงกับวันเพ็ญเดือน ๔ ภาคกลาง (ประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม) มีการจุดบ้องไฟถวายเป็นพุทธบูชา
- งานประเพณีนมัสการพระธาตุเขาน้อย ในวันเพ็ญเดือน ๘ เหนือ ตรงกับวันเพ็ญเดือน ๖ ภาคกลาง(ประมาณเดือนพฤษภาคม) มีงานนมัสการพระธาตุเขาน้อย และมีการจุดบ้องไฟถวายเป็นพุทธบูชา
- งานประเพณีนมัสการสรงน้ำพระเจ้าทองทิพย์ วัดสวนตาลช่วงเทศกาลสงกรานต์ ๑๒-๑๕ เมษายน
- งานนมัสการพระธาตุเบ็งสกัด ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ เหนือ (ประมาณเดือนมกราคม)

นอกจากนี้ ยังการทำบุญนมัสการพระธาตุและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ในจังหวัดอีกเกือบทุกอำเภอตามที่กำหนดกันมาแต่โบราณ ตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ คือ วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๕ เหนือ ไปถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๙ เหนือ

การทำบุญประเพณีขึ้นธาตุในเมืองน่าน จะมีการทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ อบรมสมโภชการเจริญพระุพุทธมนต์ และการสวดเบิกการเวียนเทียน การสรงน้ำพระธาตุและการบูชาพระธาตุด้วยธูปเทียนดอกไม้ของคนพื้นเมืองที่เป็นชาวพุทธในปีหนึ่งจะมี ๑ ครั้งเท่านั้น

ประเพณีงานตานก๋วยสลาก (การทำบุญถวายทานสลากภัต)
งานแห่คัวตาน หรือครัวทาน ทานสลาก หรือก๋วยสลากเป็นประเพณีเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่ครั้งพุทธกาล สลากภัตเริ่มตั้งแต่วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ เหนือ ประมาณเดือน กันยายน คือหลังจากเข้าพรรษาได้ ๒ เดือนพอดีเป็นต้นไปจนถึงออกพรรษา ไปอีกตามระยะเวลาอันสมควรจะมีประเพณีกินสลากหรือตานสลากภัต สำหรับชาวเหนือถือว่า เป็นประเพณีทำบุญกลางบ้านที่ยิ่งใหญ่และสำคัญเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น พระภิกษุรับนิมนต์เพื่อมารับการถวายทานโดยการจับสลาก โดยถ้าอยู่ใกล้ติดแม่น้ำน่านก็จะมีการแข่งเรือด้วย ถ้าไม่มีแม่น้ำก็ไม่มีการแข่งเรือจะมีการประกวดครัวตาน

สลากเมืองน่านแบ่งเป็น ๓ อย่างด้วยกันคือ
- สลากสร้อย ต้นสลากใหญ่มีครบเกือบทุกอย่าง
- สลากโชค สลากที่มีความพิเศษเพียบพร้อมด้วยวัตถุ รวมถึงปัจจัยพิเศษ
- สลากน้อย สลากที่จัดเตรียมข้าวปลาอาหารส้มสูกลูกไม้ ห่อข้าว ของกิน และหมาก เมี่ยง พลู ขมิ้น ตะไคร้

หมายเหตุ : สลาก คือ เส้นหรือใบที่ผู้เป็นเจ้าของกัณฑ์สลากเขียนชื่อเจ้าภาพและอุทิศให้ผู้ตายนำไปรวมกันแล้วรวมมีจำนวนเท่าไหร่ นำจนำวนพระภิกษุ สามเณร หารแบ่งเท่ากัน ไม่มีการจับจองของใครคนโน้นคนนี้ จึงเรียกว่า "สลาก" หรือ การเสี่ยงโชคของผู้รับ

งานประเพณีแข่งเรือจังหวัดน่าน ประเพณีแข่งเรือเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมานานต่อมาใน
พ.ศ. ๒๔๗๙ ได้จัดให้มีการแข่งเรือในงานทอดกฐินสามัคคีสืบทอดมาจนถึงงานทอดกฐินพระราชทานในปัจจุบัน ราวกลางเดือนตุลาคม หรือต้นเดือนพฤศจิกายนของทุกปี โดยถือเอาวันเปิดสนามแข่งเรือตามวันถวายสลากภัตของวัดช้างค้ำวรวิหารซึ่งเป็นวัดหลวง จะจัดงานถวายสลากภัตก่อน งานแข่งเรือประเพณีจังหวัดน่านจึงเป็นประเพณีคู่กับตานก๋วยสลากของวัดช้างค้ำมาจนทุกวันนี้ ภายหลังทางจังหวัดได้ผนวกงานสมโภชงาช้างดำอันเป็นสมบัติล้ำค่าคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดน่านเข้าไปด้วย    นอกจากนั้นยังมีงานแข่งเรือที่อำเภอเวียงสาในเทศกาลตานก๋วยสลาก เรือที่เข้าแข่งแต่ละลำใช้ไม้ซุงใหญ่ ๆ เอามาขุดเป็นเรือ เอกลักษณ์โดดเด่นของเรือแข่งเมืองน่าน คือ ที่หัวเรือแกะเป็นรูปพญานาค ชูคอสง่างาม หางเรือเป็นหางพญานาคงอนสูง ด้วยคนเมืองน่านเชื่อว่าบรรพบุรุษของตนคือ เจ้าขุนนุ่น ขุนฟอง เกิดจากไข่พญานาคเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ การต่อเรือแข่งเป็นรูปพญานาคจึงถือเป็นการบูชาบุญคุณพญานาคผู้เป็นเจ้าแห่งน้ำและบรรพบุรุษของชาวเมืองน่าน ประเภทการแข่งขัน มีทั้งเรือใหญ่ เรือกลาง และเรือเล็ก รวมทั้งประเภทสวยงาม นอกจากนี้ยังมีการประกวดกองเชียร์อีกด้วย และหากมาในช่วงซ้อมก่อนการแข่งขัน ตอนเย็น ๆ จะเห็นชาวบ้าน นักเรียนจับกลุ่มอยู่ริมน้ำเพื่อดูการซ้อมเรือ เชียร์ทีมเรือ และฝีพาย ที่เป็นคนท้องถิ่น เป็นวิถีชีวิตที่มีสีสัน และเป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์ นับเป็นประเพณีที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

งานเทศกาลส้มสีทองและงานกาชาดจังหวัดน่าน จัดขึ้นในเดือนธันวาคมของทุกปี บางปีอาจจัดร่วมกับเทศกาลของดีเมืองน่าน ส้มสีทองเป็นผลผลิตทางการเกษตรที่มีชื่อเสียงของจังหวัดน่าน พันธุ์เดียวกับส้มเขียวหวาน แต่ส้มสีทองจะมีเปลือกสีเหลืองทองสวยงาม และรสชาติหวานหอมอร่อยกว่า เป็นเพราะอิทธิพลของดินฟ้าอากาศคือ อุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืนต่างกัน ๘ องศา เป็นเหตุให้สาร “คาร์ทีนอยพิคเมนท์” ในเปลือกส้มเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีทองดังกล่าว กิจกรรมในงานที่น่าสนใจมีหลายอย่าง ได้แก่ การประกวดขบวนรถส้มสีทอง การออกร้านนิทรรศการ การจำหน่ายสินค้าหัตถกรรมจากอำเภอต่าง ๆ และจากเมืองฮ่อน-หงสา สปป.ลาว การแสดงพื้นเมืองและมหรสพต่าง ๆ อีกมากมาย

ประเพณีดาปอยงานบวช
เมืองน่าน เป็นเมืองพุทธศาสนา ผู้คนมีความศรัทธาและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนามาอย่างช้านานพร้อมส่งเสริมสนับสนุนถือเป็นธรรมเนียมว่า ชายใดหรือกุลบุตรจะต้องได้บวชเรียนเพื่อซาบซื้งรสพระธรรม และตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ ต้องการบวชเรียนในบวรพระพุทธศาสนามักนิยมบวชกันเป็นละแวกหมู่บ้าน คือบวชวันเดียวกันทีละหลายๆ รูป เรียกว่า "ดาปอย" คือจะทำกันที่วัดก็ได้หรือจะจัดเตรียมบ้านของใครหรือผู้ที่อุมภัมภ์ในการบวชเรียน เรียกว่า "พ่อออก แม่ออก" งานบวชเมืองน่านมี 2 อย่างคือ
1. ลูกแก้ว คือ การบรรพชา ไม่นิยมทำกันอย่างเอิกเกริก ทำกันในเฉพาะญาติพี่น้อง เีรียกว่า "ปอยหมก" กล่าวคือโกนหัวเข้าวัด
2. เป๊ก คือการอุปสมบทเป็นพระภิกษุ มีการจัดเตรียมงานและผู้ที่จะบวชจะต้องท่องฝึกคำของบรรพชาอุปสมบทให้คล่องแคล่วชัดเจน ญาติพี่น้องต้องจัดเตรียมสิ่งของข้าวปลาอาหารไว้ต้อนรับแขกญาติมิตรก่อนที่จะมีงานบวช ญาติ ๆ หรือผู้คุ้นเคยจะนำพานใส่ผ้าไตร พร้อมดอกไม้ธูปเทียนไปบอกญาติสนิทและเพื่อนบ้านให้รับรู้ ซึ่งเรียกวิธีการนี้ว่า "การไปแผ่ผ้าหน้าบุญ" ถ้าหากผู้ที่ไปร่วมงานไม่ได้ไปในวันงานก็จะร่วมทำบุญไปด้วยกับการที่ไปแผ่ผ้าหน้าบุญแล้วอธิษฐานยกมือขึ้นไวบน้ศีรษะคือการ "เจาะใส่หัว"

ประเพณีดาปอยจะมีอยู่ด้วยกัน 2-3 วัน คือ วันแรกเรียกว่า "วันฮอมครัว" หรือ สีเทียน วันลองหม้อขนมปาด พออีกวันก็คือ "วันห้างดา" มีการโกนผมนาค ญาติมิตรมาร่วมทำบุญพระนาคจะให้พรกับแขกหรือผู้มาร่วมงาน มีการเตรียมจัดของถวายพระ การประดิษฐ์เครื่องบูชาพระพุทธ เช่น ต้นดอก ไทยาน งานปอยมีการเตรียมบายศรีสู่ขวัญนาคเพื่อขัดเกลาให้ผู้บวชทราบพระคุณบิดามารดาผู้ให้กำเนิดและสั่งสอนในการปฏิบัติวัตรของการเข้าไปเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา

วันบวชหรือวันประกอบพิธีบรรพชาอุปสมบทจะกำหนดเมื่อไหร่ก็ได้ คือ ตอนเช้าตรู่ หรือ เวลา 10.00 น. ก็ได้ หรือเวลาบ่าย เย็นได้หมดแล้วแต่จะกำหนด โดยญาติิมิตรอยู่ร่วมงานเพื่อแห่ลูกแ้วหรือแห่นาคเข้าวัดเพื่อประกอบพิธี

ประเพณีจิบอกไฟ (จุดบ้องไฟ)
การจุดบอกไฟ หรือ บ้องไฟ จะจุดเพื่อเป็นพุทธบูชาถวายกับพระธาตุ วัดที่สำคัญและช่วงเทศกาลปีใหม่เมือง และจุดเพื่อชิงรางวัลตามความสามารถของคนทำบอกไฟในการจุด

บอกไฟ หรือ บ้องไฟ เมืองน่านมีอยู่ 2 แบบคือจุดเพื่อความสวยงาม เรยกว่า บอกไฟดอกหรือบอกไฟขวี่ จุดเฉพาะตอนกลางคืนเท่านั้น เพื่อแสงอันสวยงาม บอกไฟขึ้น จะจุดในที่โล่งแจ้ง ไม่เป็นอันตรายกับผู้ชม ก่อนจะนำไปจุดจะต้องแจ้งต่อคณะกรรมการเพื่อเอาลำดับที่จะจุดและมีชื่อเรียกว่า "วาร" พร้อมมีขบวนแห่บอกไฟและคำฮ่ำบอกไฟและพรรณาถึงความเป็นเลิศของบอกไฟ ของคณะศรัทธาบ้านตัวเองและสล่า (ช่าง) ผู้เป็นคนทำบอกไฟ แต่ถ้าหากบอกไฟไม่ขึ้น เช่น เกิดแตกหรือไม่ยอมพุ่งขึ้น สล่าคนนั้นโดนทั้งผงหมิ่นหม้อ ผงถ่านสีดำก้นหม้อแกงหรือขี้เปอะ (โคลน) จากกลางทุ่งนาละเลงไปที่ใบหน้าเรียกว่า "ลุบหมิ่น"

ประเพณีการขึ้นท้าวทั้งสี่

ท้าวทั้งสิี่ เป็น ท้าวจตุโลกบาล เทพผู้รักษาทิศทั้งสี่และมีพระอินทร์และแม่ธรณี โอกาสที่จะทำพิธีนี้คือ ถ้าหากจะมีงานมงคลประการใด เช่น งานฉลองวัดวาอาราม ทำบุญใหญ่ หรืองานบวชพระบวชนาค ขึ้นบ้านใหม่ และงานที่สำคัญของบ้านของเมือง ก็จะมีพิธีประกอบขึ้นท้าวทั้งสี่ เพื่อขอความคุ้มครองไม่ให้เกิดเหตุการณ์ชั่วร้าย เช่น มาร ภัยพิบัติ อุปสรรค และเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง โดยจะตั้งอาธานไว้ตามทิศที่กำหนดของและเดือนในบริเวณงาน บอกกล่าวแม่ธรณีและบูชาด้วยโภชนะ คาวหวาน หมากเมี่ยง พลู ยา ส้มสูกลูกไม้ในสะตวง 6 อัน พร้อมช่อธงสีตามแต่ละทิศ มีของบูชาพระอินทร์อยู่ตรงกลาง พร้อมร่มหรือฉัตร 1 อัน พร้อมเครื่องบูชา เช่น น้ำต้น (คณโฑ) เสื่อใหม่ หมอนผาโดยจะกระทำพิธีก่อนเริ่มงานทุกครั้ง เพื่อความอยู่ดีมีสุขและความคล่องตัวในการดำเนินงานและเป็นการระลึกถึงบรรพบุรุษผู้ที่ได้ล้มหายตายจากไป เพื่อมาร่วมอนุโมทนารับเอากุศลที่เจ้าภาพจะอุทิศให้

ประเพณีตานข้าวใหม่

คนน่านมีความกตัญญูต่อบุพการี คือ ไ้ด้รับช่วงมรดกไม่ว่าพื้นที่นาที่ไว้ปลูกข้าวสืบต่อจากบรรพบุรุษ พอครั้นถึงฤดูเก็บเกี่ยวข้าวจะถือเอาวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 เหนือ คือประมาณเดือนธันวาคมเป็นวันถวายตานข้าวใหม่ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ที่ได้สิ้นบุญไปแล้ว และยังเป็นการสืบต่อพระพุทธศาสนาให้ดำรงอยู่ได้ โดยการถวายข้าวปลาอาหารหรือรูปแบบข้าวสารหรือข้าวเปลือกก็ได้ แล้วแต่จะกำหนดกัน ในด้านการจัดการศรัทธาหมู่บ้านใหญ่ๆ ที่มีพื้นที่นามากคนมาก อาจจะมีการตกลงกันเก็บหรือจัดสรรเป็นข้าวเปลือก เพื่อรวบรวมเป็นข้าวของส่วนรวมและแปรรูปเป็นวัตถุปัจจัย ตามที่เห็นสมควรให้เกิดกิจสาธารณกุศลตามที่ตกลงกันก่อน

งานเทศกาลโลกของกว่าง กว่างเป็นแมลงปีกแข็งชนิดหนึ่ง จำพวกด้วง คนเหนือแถบล้านนานิยมจับมาประลองกันเป็นกีฬาพื้นบ้านมาช้านาน จนเกิดเป็นประเพณีชนกว่างขึ้น ซึ่งจะแบ่งเป็นประเภท 2 เขา, 3 เขา และ 5 เขา โดยทุกปีจะมีฤดูกาลเล่นในช่วงเดือน ส.ค.-ต.ค. เพราะเป็นช่วงที่กว่างตัวผู้โตเต็มวัย ภายในงานมีการจัดแสดงหุ่นกว่าง การประกวดกว่างสวยงาม และการประลองกว่าง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น